Skip to content

Identity Management (IDM)

       ระบบ Identity Management หรือที่เรียกกันว่า ระบบบริหารจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึง เป็นระบบที่ช่วยในการจัดการข้อมูลตัวตน (Identity) ของผู้ใช้งานในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า หรือพาร์ทเนอร์ รวมถึงการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและระบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่เข้าถึงระบบมีตัวตนจริง และได้รับอนุญาตตามสิทธิ์ที่กำหนด
 
       คุณสมบัติหลักของระบบ Identity Management
 
       1. การจัดการข้อมูลตัวตน (Identity Management):
เป็นกระบวนการสร้าง จัดเก็บ และจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน อีเมล ตำแหน่งงาน หรือบทบาท (Roles) รวมถึงการสร้างและลบบัญชีผู้ใช้ (User Provisioning/ Deprovisioning) เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการยืนยันตัวตนและกำหนดสิทธิ์เข้าถึงระบบต่าง ๆ
 
       2. การพิสูจน์ตัวตน (Authentication):
เป็นกระบวนการตรวจสอบว่า “คุณคือใคร” เช่น การใช้รหัสผ่าน, OTP, Biometric (ลายนิ้วมือ, ใบหน้า) หรือ Multi-Factor Authentication (MFA) ระบบจะตรวจสอบตัวตนก่อนอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลหรือระบบที่เกี่ยวข้อง
 
       3. การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (Authorization):
เมื่อระบบรู้แล้วว่า “คุณคือใคร” ก็จะตรวจสอบต่อว่า “คุณมีสิทธิ์เข้าถึงอะไรได้บ้าง” หรือที่เรียกว่า Role-Based Access Control (RBAC) เป็นการกำหนดการเข้าถึงระบบขององค์กร เช่น สามารถเข้าถึงข้อมูลฝ่าย HR ได้ แต่ไม่สามารถเข้าถึงระบบบัญชีได้
 
       4. การจัดการวงจรชีวิตของตัวตน (Identity Lifecycle Management):
ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ การอัปเดตข้อมูล การเปลี่ยนสิทธิ์ จนถึงการลบบัญชีเมื่อผู้ใช้ออกจากระบบหรือองค์กร ลดความเสี่ยงของบัญชีแปลกปลอม (Dormant Accounts) ที่จะอยู่ในระบบต่างๆ
 
       5. การตรวจสอบและติดตาม (Audit & Monitoring):
เป็นการบันทึกการใช้งานระบบและการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ทั้งหมด (Log) ตรวจสอบว่ามีใครเข้ามาทำอะไร เมื่อไร จากที่ไหนช่วยด้านการปฏิบัติตามกฎหมายหรือมาตรฐานต่าง ๆ เช่น GDPR, ISO 27001, หรือ PDPA